ชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุดกับข้อมูลที่บิดเบี้ยว

ชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุดกับข้อมูลที่บิดเบี้ยว

โดย… โครงการจัดตั้งเครือข่ายตรวจสอบข่าวปลอมในประเทศไทย

ในกระบวนการแก้ไขปัญหาโควิด-19  สิ่งที่เป็นปัญหาซ้ำซากคือ “การสื่อสาร” ของภาครัฐหรือ”ชุดข้อมูลข่าวสาร” ที่ส่งมายังสาธารณะ บางครั้งถูกตั้งคำถามว่าถูกต้อง ชัดเจนแค่ไหน  เพราะประเด็นเดียวกันแต่หน่วยงานรัฐแต่ละแห่งลำเลียง”ข้อมูล”ออกมาไม่สอดคล้องกันเป็นความย้อนแย้งของข้อมูล เหมือนเผือกร้อนชิ้นใหญ่อย่าง การจัดซื้อชุดตรวจแอนติเจน หรือ ชุดตรวจ ATK ตรวจหาโควิด-19 จำนวน 8.5 ล้านชุดที่กำลังลวกมือใครอยู่นั้นเอง

ในประเด็นร้อนนี้ แบ่งตัวละครได้เป็น 3 ส่วนคือ 1.กลุ่มผู้จัดหา-เจ้าของเงิน คือหน่วยงานภาครัฐ 2.บริษัทเอกชนที่ชนะการประมูล  และ 3.องค์กรที่เห็น”อะไร” ระหว่างบรรทัดของการจัดซื้อจัดหา จึงออกมาท้วงทัก พอตะโกนดังขึ้น สังคมก็เริ่มสนใจ คราวนี้ ชุดข้อมูลของแต่ละฝ่ายก็พรั่งพรูออกมามากขึ้น จึงน่าสนใจในไทม์ไลน์ของเรื่องราวเหล่านี้ พร้อมกับตรวจสอบคำสัมภาษณ์ของแต่ละบุคคล ว่าสอดคล้องและขัดแย้งกันอย่างไรบ้าง

 

@ปฐมบทความขัดแย้งหน่วยงานรัฐ

ปฐมบท เรื่องนี้ อุบัติขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงเพิ่มขึ้นทบทวี มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ร้อนถึงรัฐที่ต้องการให้มีชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK  เพื่อคัดกรองเป็นด่านแรกก่อนจะอเข้ารักษาอาการตามระบบได้ ฉะนั้นแล้ว ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 8/2564 (วาระพิเศษ) เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2564 ที่ผ่านมา จึงได้อนุมัติจัดซื้อชุดตรวจโควิดกว่า 8.5 ล้านชุด วงเงิน 1,014 ล้านบาท เพื่อจัดหา ชุดตรวจ ATK ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงใช้ตรวจเอง (https://www.khaosod.co.th/politics/news_6528561)

โดยช่วงนั้น  นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และประธานคณะกรรมการต่อรองราคา สปสช. ระบุว่า เงื่อนไขในการจัดหาซื้อ ชุดตรวจ ATK นี้เน้นที่คุณภาพ โดยชุดตรวจที่จะจัดหาซื้อมานานต้องผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก มีราคาไม่แพง และต้องส่งมอบให้ได้โดยเร็วที่สุด (https://thestandard.co/timeline-deal-for-8-5-million-atk-test-kits/)

ต่อมา นพ. วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการ องค์การเภสัชกรรม  อธิบายที่มาของการจัดซื้อ ชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุดว่า อภ. ได้รับการประสานจากโรงพยาบาลราชวิถีให้จัดหาชุดตรวจดังกล่าว ภายใต้โครงการพิเศษของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยกำหนดเกณฑ์ราคาไว้ไม่เกิน 120 บาทต่อชุด วงเงินงบประมาณ 1,014 ล้านบาท (https://www.bbc.com/thai/thailand-58202069)

จากนั้น 11 ส.ค.64 นางศิรินุช ชีวันพิศาลนุกูล รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เผยว่าการเปิดซองราคาปรากฏว่า บริษัทออสแลนด์ แคปปิตอล จำกัด เป็นผู้ที่เสนอราคาต่ำสุด โดยเสนอราคาต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่ สปสช. ตั้งไว้ ทำให้ประหยัดงบประมาณภาครัฐได้กว่า 400 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ราคาชุดตรวจ ATK เหลือประมาณชุดละ 70 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนและรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว…(https://www.prachachat.net/marketing/news-736457)

วันเดียวกันกับ องค์การเภสัชกรรมแถลงข่าวได้ผู้ชนะประมูล (11 ส.ค.64) ..เว็บไซด์ประชาชาติธุรกิจ รายงานข่าวว่า ชมรมแพทย์ชนบท ถาม ATK 8.5 ล้านชุด ถูกตีกลับจากอเมริกา หากนำมาใช้ที่ไทยจะเกิดอะไรขึ้น พร้อมตั้งข้อสงสัยบริษัทต้นทาง ไม่ชี้แจงรายละเอียดความกังวล อย. อเมริกา เพราะเหตุใด สินค้าที่ถูกเรียกคืนได้ทำลายหรือนำมาขายต่อหรือไม่ (https://www.prachachat.net/marketing/news-736539)

หลังจากนั้น ชมรมแพทย์ชนบทก็ออกแถลงการณ์ตามมาอีกหลายฉบับ กลายเป็นไฟลามทุ่ง เป็นวิวาทะของบิ๊กจากทั้ง บอร์ด สปสช.  องค์การเภสัชกรรม   สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โยงไปถึงเจ้ากระทรวงสาธารณสุขอีกด้วย

 

@ บอร์ด สปสช.ฟาด องค์การเภสัชกรรม

เว็บไซด์มติชน รายงานข่าวว่า นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานคณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สปสช. ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน สปสช. ทำหนังสือไปวันที่ 22 กรกฎาคม แจ้งไปที่ รพ.ราชวิถี ขอดำเนินการเร่งด่วนในการจัดซื้อจัดหา เข้าใจว่าองค์การเภสัชกรรม บอกมาว่า คำว่าเร่งด่วนของราชการคือการกำหนดให้ซื้อเฉพาะเจาะจงได้ ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยการซื้อเฉพาะเจาะจงคือวิธีพิเศษ เลือกซื้อได้เลย ซึ่งจะโทษระเบียบของภาครัฐไม่ได้ เพราะมีเปิดช่องเอาไว้ เรียกว่าล็อกสเปกก็ได้ ใช้นิ้วชี้ได้เลย เพราะเป็นสถานการณ์เร่งด่วน ราชการสุดยอดมากเพราะทำระเบียบนี้รองรับเอาไว้แล้ว กรณีเกิดโรคระบาดร้ายแรงสามารถทำได้…(https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_2882076)

เมื่อพิธีกรถามว่า นางศิรินุช ชีวันพิศาลนุกูล รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ได้ถามกลับมาที่ สปสช.แล้ว ถ้าจะเอายี่ห้อที่องค์การอนามัยโลก (WHO) รับรอง จะมีอยู่ 2 ยี่ห้อ แต่ที่มาขึ้นทะเบียนกับอย.ไทย จะเหลือยี่ห้อเดียว และบอกด้วยว่า สปสช. เกิดอาการลังเลอ้ำอึ้งไม่ตอบให้ชัดว่าจะเอาหรือไม่ ดังนั้น อภ.จึงกลับไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบปกติ

นพ.เกรียงศักดิ์ ตอบว่า “โกหกครับ สปสช. นี่ใจกล้าครับ เพราะมีผมเป็นประธานคณะทำงาน เพราะเรารู้ระเบียบที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ว่ากรมบัญชีกลาง สตง.และกฤษฎีกา เห็นชอบและรับรู้ในระเบียบข้อนี้อยู่แล้วว่า 115 เค้ามีมติในที่ประชุม 21 ก.ค.แล้ว แล้วก็พูดเองว่าสามารถดำเนินการได้เลย เพราะออกโดยกรมบัญชีกลางอยู่แล้ว”(https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_2882076)

นพ.เกรียงศักดิ์ โต้อีกว่า “อภ. มีลับลมคมในเพราะวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีมติให้ประสานกับคณะกรรมการต่อรองราคา แต่ปรากฏว่าไม่มีการประสาน ทั้งยังไปดำเนินการก่อน “นอกจากนี้ยังมีการมาล็อบบี้กับเจ้าหน้าที่ของตนเป็นการภายในว่า ในเมื่อเป็นเรื่องเร่งด่วนก็ขอให้มีการจัดซื้อในแบบของเขาได้หรือไม่ และขอให้เราตัดคำว่า WHO กับคำว่าการตีพิมพ์ออกได้ไหม เพราะจะทำให้จัดซื้อได้ภายใน 7 วันส่งของ ซึ่งจะตรงกับวันที่ 10 สิงหาคมพอดี ตนจึงยอมข้อตรงนี้ไปให้ ไม่ใช่เพราะว่าตนเป็นคนปรับเปลี่ยนไปมา” นพ.เกรียงศักดิ์ อธิบาย และนอกจากนี้ในวันที่ 5-6 สิงหาคม ก็มีการติดต่อเพื่อขอปรับสเปกอีก แต่ตนไม่ยอม และว่าคณะกรรมการพร้อมจะออกมาปกป้องประชาชน เพราะไม่ว่าของจะถูกหรือแพงก็ต้องโดนด่า แต่พวกตนก็ต้องทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ (https://thestandard.co/timeline-deal-for-8-5-million-atk-test-kits/)

ด้าน นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม แจงว่า อภ. ได้ดำเนินงานตามระเบียบทุกอย่าง ไม่ได้มีการล็อกสเปกชุดตรวจแต่อย่างใด โดย อภ. ได้เชิญบริษัทที่ผ่านมารับรองมาตรฐานจาก อย. มายื่นซองเสนอราคา และในการเสนอราคาของ 19 บริษัทจากการส่งจดหมายเชิญทั้งสิ้น 24 บริษัท คณะกรรมการได้พิจารณาแล้วว่ามีผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดต่างๆ ที่ตั้งไว้ทั้งสิ้น 16 บริษัทโดย บริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด เป็นบริษัทที่เสนอราคาต่ำที่สุด ทำให้ประหยัดงบประมาณไปได้กว่า 400 ล้านบาท ขณะที่ค่าชุดตรวจ ATK ตกที่ชุดละประมาณ 70 บาท เป็นชุดตรวจที่ผลิตโดย Beijing Lepu Medical Technology Co., Ltd. จากสาธารณรัฐประชาชนจีน (https://thestandard.co/timeline-deal-for-8-5-million-atk-test-kits/)

ทั้งนี้ ศึกสปสช.กับ องค์การเภสัชกรรม ที่ข้อมูลไม่ตรงกัน ในปม “คำว่าเร่งด่วนของราชการ” ที่กำหนดให้ซื้อเฉพาะเจาะจงได้ กับการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบปกติ รวมไปถึงการดำเนินการขั้นตอนต่างๆ

 

@อย.จับมืออภ.ยันไม่ล็อกสเปกชุดตรวจ ATK  โต้ สปสช.

13 ส.ค.64  นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการอย. พร้อมด้วย นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยอภ. ร่วมแถลงข่าวโต้ โดย นพ.ไพศาล กล่าวว่ากรณีชุดตรวจที่ผลิตโดย Beijing Lepu Medical Technology Co., Ltd. (บริษัทชนะประมูล)จากสาธารณรัฐประชาชนจีน อย.อนุญาตทั้งใช้ด้วยตนเองและโดยบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากได้ อย.ไทยแล้ว ยังได้รับรองมาตรฐาน CE ของยุโรป วางตลาดได้ในหลายประเทศทั้งเยอรมนี โรมาเนีย ออสเตรีย เป็นต้น ซึ่งสามารถวางขายในตลาดได้ (https://www.matichon.co.th/local/news_2882743)

“ส่วนกรณี FDA อย.สหรัฐฯ เรียกคืนชุดตรวจแอนติเจนและแอนติบอดีเทสต์ ของ Lepu Medical Technology จึงต้องเรียกคืนให้เหตุผลว่าอาจเกิดเรื่องของความเสี่ยงในการได้ผลลวง เนื่องจากไม่มีการขออนุญาตขึ้นทะเบียนและวางจำหน่าย แต่ไม่มีรายงานการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในการใช้ แต่ให้เลิกและหยุดใช้ เนื่องจากมีความเชื่อว่ามีความเสี่ยงสูงในผลของชุดตรวจ ซึ่งก็เหมือนกับกรณีผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ อย.ไทย เช่น ฟ้าทลายโจร ที่ไม่ได้รับอนุญาต เราก็มีความเชื่อมั่นว่าไม่มีประสิทธิภาพ มีการปนเปื้อนได้ ชุดตรวจก็เช่นเดียวกัน หากไม่ได้รับอนุญาต คือไม่ได้รับประเมินจากหน่วยงานรับผิดชอบของประเทศนั้นๆ เป็นเหตุผลในการเรียกคืน และสื่อสารความเสี่ยง” (https://www.matichon.co.th/local/news_2882743)

ด้าน นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เน้นย้ำชัดเจน เนื่องจากมีการขึ้นทะเบียน ATK กับ อย. จำนวนมาก จึงบอกว่าไม่ควรเฉพาะเจาะจงรายใดรายหนึ่ง ควรมีการแข่งขัน ดังนั้น อภ. เลยเปิดให้มีการแข่งขันอย่างโปร่งใส ดำเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง ตามระเบียบ โดยในการเสนอราคานั้น มี 19 บริษัท จากการส่งจดหมายเชิญ 24 บริษัท มีการตรวจสอบคุณสมบัติ พบมีผู้สามารถเปิดซองได้16 บริษัท ถือเป็นการแข่งขันโดยสมบูรณ์ มีการบันทึกวิดิโอตลอดการประมูล และได้ของบริษัทออสท์แลนด์ฯ เสนอราคาต่ำสุด ” (https://www.matichon.co.th/local/news_2882743)

 

@แพทย์ชนบทชักธงรบ

จากกรณีนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ หมอจุ๊ก ประธานชมรมแพทย์ชนบท นำทีม “แพทย์ชนบท” บุกกรุงลุยตรวจโควิด หลายแห่ง และมาพบเรื่องราวไม่ชอบมาพากลของ ATK จึงเปิดเรื่องนี้ต่อสาธารณะ

เริ่มจาก 11 ส.ค.64 ชมรมแพทย์ชมบทออกแถลงการณ์เรียกร้องให้องค์การเภสัชกรรมนำเข้าชุดตรวจโควิด-19 ชนิด Antigen Test Kit ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก พร้อมชี้ว่า ชุดตรวจ ATK ผลิตโดยบริษัทจีน ที่องค์การเภสัชฯ นำเข้ามาถูก FDA สหรัฐฯ แบน (https://prachatai.com/journal/2021/08/94435)

ต่อมา 14 ส.ค.64 ชมรมแพทย์ชนบท แถลงการณ์รอบ 2 จี้ 4 หน่วยงาน สธ.-อย.-องค์การเภสัชฯ-รพ.ราชวิถี ปมไม่ล้มประมูล ATK มาตรฐานมีข้อกังขา ลั่นหากจะซื้อรีบลงนาม แพทย์เครือข่ายช่วยตรวจสอบมีมาตรฐานหรือไม่ พร้อมถามหากเกิดความเสียหายจะรับผิดชอบอย่างไร (https://www.prachachat.net/marketing/news-738764)

จากนั้น 17 ส.ค.64 ชมรมแพทย์ชนบท ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 3 ระดม 60 ทีม ตรวจสอบคุณภาพ ATK จำนวน 8.5 ล้านชิ้น หากมีการจัดสรรลงสู่พื้นที่ ระบุหากพบมีประสิทธิเภาพต่ำเกินยอมรับจะต้องมีผู้รับผิดชอบ ( https://news.thaipbs.or.th/content/307022)

ถัดมา 18 ส.ค. 64’ชมรมแพทย์ชนบท’ ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 4 ประเด็น ความเห็นต่างในการการประมูล ‘ATK 8.5 ล้านชุด’ ย้ำข้อสั่งการนายกฯ ในการเร่งจัดซื้อ ‘ATK’ ผ่านการรับรอง อย. และ WHO มีคุณภาพแม่นยำ ชี้ ยังทันที่จะระงับการลงนามในสัญญา (https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/955431)

วันรุ่งขึ้น 19 สค. 64“ชมรมแพทย์ชนบท”ปูดมีการวิ่งเต้นกดดันของ “ฝ่ายการเมือง” ถึงขั้นขู่ถอนตัวเพื่อกลับมติ ครม.จัดหา ATK โดยอ้างเอกสารผิดพลาดทางเทคนิคเพื่อไม่ต้องใช้มาตรฐาน WHO ตามมติ ครม. 17 ส.ค. (https://www.thansettakij.com/general-news/492455)

 

@แพทย์ชนบท ฟ้อง ผอ.องค์การเภสัชฯ-สื่อ

จากข้อมูลจาก 2ฝ่ายไม่สอดคล้องกัน  และมีการอ้างว่าอีกฝ่ายอัดเสียงโทรศัพท์ จนนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดี

15 ส.ค. 64 น.พ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล ในฐานะประธานที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบท ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีคลิปเสียงว่าด้วยเรื่อง ATK ที่สื่อแห่งหนึ่ง ได้เผยแพร่คลิปเสียงสนทนาระหว่างตน และ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) โดยมีเนื้อหาใจความดังนี้

น.พ.อารักษ์ เป็นคณะกรรมการต่อรองราคาของ สปสช.ที่มีหน้าที่ต่อรองราคาเพื่อให้ได้ ATK คุณภาพสูงราคาเหมาะสมมาใช้ จึงได้โทรศัพท์ไปหา นพ.วิฑูรย์ เพื่อทวงถามความคืบหน้าที่มีการดำเนินการจัดซื้อที่ล่าช้พร้อมกับแจ้งให้ทราบถึงข้อห่วงกังวลของผู้ใช้ ATK ที่ต้องการ ATK มาตรฐานสูงในระดับองค์การอนามัยโลก WHO ที่มีอยู่ 2 บริษัท และไม่อยากให้มีการลดสเป็คเพื่อเปิดทางให้ ATK คุณภาพต่ำเข้ามาขาย นี่คือวัตถุประสงค์ของการพูดคุยทางโทรศัพท์ในฐานะวิชาชีพแพทย์ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม นพ.วิฑูรย์ ได้แอบอัดคลิปเสียงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ และส่งต่อให้กับสื่อเช่น TOPNEWS เพื่อเผยแพร่ในลักษณะที่นำมาบิดเบือนสร้างความเสียหายต่อตนเองและชมรมแพทย์ชนบท (https://www.prachachat.net/marketing/news-739150)

จากนั้น 16 ส.ค.64 นพ.อารักษ์เข้าแจ้งความที่ สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีกับ นพ.วิฑูรย์  ผอ.องค์การเภสัชกรรม ในข้อหาหมิ่นประมาท พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และพ.ร.บ.โทรคมนาคม กรณีนพ.วิฑูรย์

ได้แอบอัดคลิปเสียงสนทนาระหว่าง นพ.อารักษ์ กับ นพ.วิฑูรย์ กรณี นพ.อารักษ์ โทรไปทวงถามปรึกษาแนะนำให้นพ.วิฑูรย์ ทบทวนการสั่งซื้อชุดตรวจโควิดแบบเร็ว หรือ ATK ที่มีคุณภาพกว่า (https://www.thaipost.net/main/detail/113538)

 

@ ประธานบอร์ด อภ. สั่งชะลอ-นายกติดเบรค

ภายหลังที่ประเด็นATK ถูกสังคมจับจ้องมากขึ้น ทำให้ บิ๊กสาธารณสุข ต้องออกมาชลอ แต่สุดท้าย อย.เดินหน้าลงนามสัญญาซื้อ ชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุดต่อไป แต่มาถูกนายกติดเบรค

12 ส.ค.64 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ในฐานะประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรมสั่งชะลอการทำสัญญาซื้อชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุด รอผลตรวจสอบคุณภาพโดยละเอียดเพิ่ม หลังบางหน่วยงานกังวลและไม่มั่นใจคุณภาพชุดตรวจ (https://news.thaipbs.or.th/content/306895)

วันรุ่งขึ้น 13 ส.ค.64 อย.ขยับทันที หลังถูกชลอโดย เว็บสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้เผยแพร่การขึ้นทะเบียนชุดตรวจสำหรับ COVID-19 ประเภท Rapid Test Antigen หรือ Antigen Test Kits ‘ATK’ แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง โดย ‘ATK’ ที่ได้รับการอนุญาตให้ผลิต/นำเข้า ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2564 จำนวน 34 รายการหนึ่งในนั้นเป็นของ บริษัทออสท์แลนด์ แคปปิตอล ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นลำดับที่ 4 นำเข้าชุดตรวจ ATK ของบริษัท Beijing Lepu Medical Technology จากประเทศจีน เลขที่ใบรับรองประเมินเทคโนโลยี T6400123 ซึ่งเมื่อวันที่ 10 ส.ค.องค์การเภสัชกรรม (https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/954404)

จากนั้นอีก3 วันต่อมา 16ส.ค.64  บอร์ดอย.ได้ให้องค์การฯดำเนินการในขั้นตอนการลงนามสัญญาและส่งมอบ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด ต่อไป โดยจากการตรวจสอบในรายละเอียดแล้วเห็นว่าผลิตภัณฑ์ของ บริษัทออสแลนด์ แคปปิตอล จำกัด มีคุณภาพได้มาตรฐานตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดและได้มีหนังสือยืนยันคุณภาพอีกครั้งมาแล้ว (https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/955281)

16 ส.ค.64 บิ๊กหลายหน่วยงานแท็กทีมแถลงข่าว มีทั้ง รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, เลขา สปสช. ,เลขาอย.), รองผ.อ.อภ. และ หัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยาคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อเป็นการยืนยันว่า การจัดซื้อชุดตรวจโควิด 8.5 ล้านชุดดังกล่าวถูกต้องตามขั้นตอน (https://www.prachachat.net/marketing/news-741091)

ฃุดข้อมูลจากวันที่บิ๊กแท็กทีมแถลงข่าว ถูกตอบโต้โดย ชมรมแพทย์ชนบทระบุว่า การยกทีมแถลงข่าว (16 ส.ค.) ยืนยันการจัดซื้อตามผลการประมูลที่ได้บริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด  โดยที่มีข้อกังขาถึงคุณภาพและความแม่นยำ สะท้อนชัดว่าการประมูลครั้งนี้ไม่ธรรมดา โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ยกทุกองคาพยพมาแถลงข่าวเพื่อยืนยันการจัดซื้อต่อไปว่าถูกต้องตามขั้นตอน…การทำถูกต้องตามขั้นตอนไม่ได้แปลว่าจะได้ของดีมีคุณภาพที่ราคาเหมาะสมเสมอไป อาจมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือได้สินค้าที่คุณภาพไม่ดีพอกับสถานการณ์วิกฤตมาใช้ก็เป็นได้ (https://www.prachachat.net/marketing/news-741091)

ต่อมา 17 ส.ค.องค์การเภสัชกรรม ได้ส่งเอกสารแถลงข่าวแจกไปยังสื่อมวลชน โดยประกาศเดินหน้า ลงนามสัญญาซื้อ ATK 8.5 ล้านชุด กับบริษัทออสท์แลนด์ หลังได้รับการยืนยันคุณภาพตามมาตรฐาน อย. และตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อแล้ว ส่วนการกำหนดวันเซ็นสัญญาจะเป็นเมื่อไรนั้น อภ.จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง (https://www.prachachat.net/marketing/news-741555)

 

 

@นายกติดเบรค -ต่อมาแก้ข้อสั่งการ?

ในช่วงที่เรื่องราวของซื้อชุดตรวจ ATK กำลังร้อนแรงอย่างหนัก พลันปรากฎ “ข้อสั่งการนายกฯ “ปลิวว่อนโลกออนไลน์ สื่อเล็กใหญ่พากันเล่นข่าวอย่างต่อเนื่อง

โดย มติ ครม. วันที่ 17 ส.ค.2564 มีข้อสั่งการนายกฯ มีประเด็นหนึ่งว่า “การเร่งดำเนินการจัดหาชุดตรวจหาเชื้อโควิด – 19 แบบแอนติเจน ( ATK) ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีจำหน่ายในไทย มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมทั้งต้องมีความแม่นยำในการตรวจ เพื่อนำไปสู่การรักษาที่ทันท่วงที และพร้อมจัดส่งให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด” (https://www.matichon.co.th/local/news_2882743)

ต่อมา 21 ส.ค.64 รายการเสาร์เสวนา ดำเนินรายการโดย มนตรี จอมพันธ์ และ สุปัน รักเชื้อ  ได้ต่อสายโทรศัพท์ เพื่อสอบถามกับ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ตำแหน่งในขณะนั้น ก่อนขึ้นเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง) ซึ่งนายอนุชาปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สดในรายการ เพียงฝากชี้แจ้งกับประชาชนว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่

จากนั้น 24 ส.ค. 64 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.รับทราบการขอปรับปรุงข้อสั่งการนายกฯ ปมชุดตรวจโควิดแบบแอนติเจน  ข้อความเดิม “การเร่งดำเนินการจัดหาชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบATK ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก(WHO) รวมทั้งต้องมีความแม่นยำในการตรวจ เพื่อนำไปสู่การรักษาที่ทันท่วงที และพร้อมจัดส่งให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด” เป็นข้อความว่า “ในเรื่องการจัดหาซื้อชุดตรวจ ATK นี้ ขอให้สธ.เร่งดำเนินการให้ได้โดยเร็ว หากมีปัญหาความขัดแย้งอยู่ในปัจจุบัน ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด”…(https://www.posttoday.com/politic/news/661392)

ซึ่งในเรื่องนี้ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักว่า “การขอปรับปรุงข้อสั่งการ” นั้นสุ่มเสี่ยงต่อการถูกตีความว่า เป็นการเอื้อให้กับสัญญาจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ อย่างไร  ซึ่งยังคงเป็นที่คลางแคลงใจว่า “ข้อสั่งการเดิม” นั้น นายกฯเป็นคนพูดในที่ประชุมจริงหรือไม่ หรือมีคนไปแต่งเติมเสริมเข้าไปเพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่

 

 

@สื่อถล่มบริษัทชนะประมูล ขณะเอกชนโต้ทุกเม็ด

ในจังหวะหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงผ่านสังคมใน”ข้อเท็จจริง”ที่เกิดขึ้น  นั้นปรากฎว่ามีความพยายามมุ่งไปยังตัวบริษัทที่ชนะการประมูล ว่า มีผลประกอบการอย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไร มากกว่ามุ่งไปที่ประสิทธิ์ภาพของ ATK  โดย”ออสท์แลนด์ แคปปิตอล” นั้นมี บริษัท ณุศาศิริ (มหาชน) ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และมูลค่าหลักทรัพย์ 3พันกว่าล้านบาท เป็นตัวแทนจำหน่าย ATK ซึ่ง ณุศาศิริเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์สามารถระดมทุน ออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนเพิ่มเติมได้

โดย ในประเด็นที่มุ่งไปยังบริษัทเอกชนเริ่มต้น ใน วันที่ 12 ส.ค.64  สำนักข่าวอิศราระบุว่า “บริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด ที่แจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า จดทะเบียนจัดตั้ง 25 สิงหาคม 2557 ทุน 5,000,000 บาท แจ้งประกอบธุรกิจกิจการให้บริการเกี่ยวกับการบริหารงานด้านพาณิชยกรรมการค้าระหว่างประเทศ ..บริษัทฯ นำส่งงบการเงิน ณ 31 ธันวาคม 2563 แจ้งว่าไม่มีรายได้ มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ 26,500.82 บาท ขาดทุนสุทธิ 26,500.82 บาท” (https://www.isranews.org/article/isranews/101432-investigative09663.html)

วันเดียวกัน  12 ส.ค.64  สื่อกรุงเทพธุรกิจ ลงบทความ “เปิดฐานะการเงิน “ออสท์แลนด์ แคปปิตอล” ผู้ชนะประมูลชุดตรวจโควิด 8.5 ล้านชุด มูลค่าเฉียด 600 ล้านบาท พบรายได้หลักพันบาท และขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปี (https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/954357)

จากนั้น 17 ส.ค. สำนักข่าวอิศรา เล่นต่อด้วยสกู๊ป พบ ‘นักธุรกิจสาว’ โผล่ชื่อถือหุ้นใหญ่ บ.ออสท์แลนด์ ก่อนยื่นซองขายชุดตรวจ ATK 4 วัน โดยตอนหนึ่งระบุว่า”…สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ได้พยายามสืบค้นข้อมูลทางธุรกิจ ของ น.ส.พิสินี เกสรสุคนธ์ เพิ่มเติม แต่ยังไม่พบว่าเป็นกรรมการหรือเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทเอกชนรายใดบ้าง ขณะที่การแจ้งเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ของ บริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2564 ดังกล่าว เกิดขึ้นก่อนหน้าที่ อภ. กำหนดให้เอกชนที่สนใจเข้าร่วมการประกวดราคาขายชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด เข้ายื่นซองและเปิดซองพิจารณาผล ในวันที่ 10 ส.ค.2564 หรือ ประมาณ 4 วัน … (https://www.isranews.org/article/investigative/investigate-procure/101572-investigative05632.htmlX)

ต่อมา 18 ส.ค.64 สำนักข่าวอิศรา เล่นต่อ  “เปิดตัว นักธุรกิจสาวผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ บ.ออสท์แลนด์ฯ ก่อนเข้าประกวดราคาขายชุดตรวจโควิด ATK  อภ. 8.5 ล้านชุด 595 ล้าน แค่ 4 วัน   – เจ้าตัวแจง เป็นนักจิตวิทยาทำงานในโรงพยาบาล รู้จักคนในวงการเลยไปร่วมลงทุนรับส่วนแบ่งรายได้เท่านั้น ไม่มีส่วนร่วมการตัดสินใจ ต้องการทราบอะไรเกี่ยวกับชุดตรวจให้สอบถามทางบริษัทฯ เอง” (https://www.isranews.org/article/main-issue/101615-Austland034963.html X)

ขณะเดียวกัน บริษัทเอกชนก็ออกมาโต้ทุกดอก 13 ส.ค.64 ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จงปมชุดตรวจโควิด-19 ATK ยี่ห้อ “Lepu” กางหลักฐานผ่านมาตรการยุโรป ย้ำกรณี FDA สหรัฐ เรียกคืนสินค้า ด้าน ณุศาศิริ ตัวแทนจำหน่าย ระบุ เดิมนำเข้ามาเพื่อใช้ในธุรกิจท่องเที่ยว แต่เห็นว่าสถานการณ์โควิด-19 ไทย ไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจเข้าประมูลงานภาครัฐเพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลง เข้าถึง ปชช.ตรวจเชิงรุกมากขึ้น (https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88/154008)

16 ส.ค.64 “ออสท์แลนด์” โชว์ผลแลป ATK “LEPU” โต้แพทย์ชนบท ราคาถูก แต่ดี มีคุณภาพ ผลิตจากโรงงานเครื่องมือแพทย์มาตรฐานโลก ที่นานาชาติยอมรับ ชี้ต้นทุนนำเข้า บวกค่าส่งและการจัดเก็บเพื่อคงคุณภาพแล้ว (https://www.posttoday.com/economy/news/660731)

19 ส.ค. 64″ออสท์แลนด์” ทำจดหมายเปิดผนึกชี้แจงถึงนายกฯ กรณีชุดตรวจ ATK ต้องได้รับรองจาก WHO เท่านั้น  ใจความบางส่วนระบุว่า จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีดังกล่าวอาจจะทำให้การเตรียมจะเซ็นสัญญาระหว่างองค์กรเภสัชกรรมและบริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด ไม่สามารถเดินต่อไปได้ เนื่องจากชุดตรวจ ATK ของ Lepu ไม่ได้รับการรับรองจาก WHO  ซึ่งในข้อกำหนดการจัดซื้อ (TOR) ดังกล่าวก็ไม่ได้ระบุถึง ต้องได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และ ณ ปัจจุบัน ได้มีเอกสารยืนยันว่า WHO ก็ยังไม่มีการอนุมัติชุดตรวจแบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง ( Home use )ให้แก่บริษัทใดเลย (https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/955629)

 

@  ATK ยิ่งล่าช้า ยิ่งไม่เป็นผลดี     

20 ส.ค.64 เว็บไซด์ “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ น.พ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสปสช. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานเจ้าของงบฯ 1,014 ล้านบาท มีรายละเอียดที่น่าสนใจในประเด็นที่ “นายกฯมีข้อสั่งการต้องมีWHO) รับรอง ” โดยน.พ.จเด็จ  ตอบว่า “เรื่องนี้จะเป็นหน้าที่ของ รพ.ราชวิถี เพราะท่านนายกฯ สั่งการไปยังหน่วยราชการทุกแห่งที่มีหน้าที่ในการจัดซื้อ เอทีเค ในอนาคตต่อไปหน่วยงานไหนที่จะซื้อ เอทีเค จะต้องเป็นไปตามข้อสั่งการท่ายนายกฯด้วยพูดง่าย ๆ ต้องคำนึงถึงข้อสั่งการของท่านนายกฯด้วยแต่บังเอิญว่า ของเรานี่ มันเป็นเรื่องที่ก้ำกึ่งที่มีการจัดซื้อพอดี และคงจะเป็นหน่วยงานแรกที่ต้องเอาข้อสั่งการดังกล่าวมาดูมาพิจารณา ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร”

ส่วนจะต้องทำการทบทวนใหม่หรือไม่ …น.พ.จเด็จ กล่าวว่า “มันอาจจะเป็นเรื่องของระเบียบ เรื่องวิธีการปฎิบัติของราชการ อาจจะบอกยากนิดหนึ่งบางทีคำว่าข้อสั่งการ มันไม่เหมือน มติ ครม. แม้จะเป็นข้อสั่งการ หรือ มติ ครม. ที่เป็นคำสั่งทางบริหาร ซึ่งปกติต้องปฎิบัติอยู่แล้ว แต่ดีกรีของข้อสั่งการ ไม่ทราบจริง ๆแต่การที่เราเป็นหน่ายงานราชการ เมื่อผู้บังคับบัญชา มอบหมายหรืออะไร โดยวิธีปฎิบัติ คงจะต้องนำมาพิจารณา” (https://www.prachachat.net/marketing/news-743747)

อย่างไรก็ตามในเรื่อง ATK ยังต้องติดตามอีกระยะว่าจะไปจบที่บรรทัดสุดท้ายอย่างไร แต่สิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวควรพิจารณาว่าจะใช้ข้อสรุปด้านราคา หรือคำนึงด้านสุขภาพ เพราะถ้ากาจัดหา ATK ล่าช้าออกไปก็จะนำไปสู่เหตุที่ทำให้ประชาชนเข้าสู่การรักษาได้ช้าลง และมีโอกาสไปแพร่เชื้อได้มากขึ้น หริอถ้าหากซื้อมาแล้วเป็นชุดตรวจที่ด้อยคุณภาพ ขาดประสิทธิภาพ ทำให้ผลการตรวจไม่สอดคล้องกับความจริง ก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก ที่จะสูญเสียโอกาสในการเข้าสู่การรักษาอย่างทันท่วงที และอาจจะมีความสูญเสียที่มากกว่านั้นตามมาก็เป็นได้