ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์การตรวจสอบในยุคโซเชียลมิเดีย ที่ขุดคุ้ยเบื้องลึกเบื้องหลัง “ฌอน บูรณะหิรัญ” ไลฟ์โค้ชหนุ่มวัย 29 ปี จนถูกฟ้องร้องปมเงินบริจาคช่วยอาสาสมัครดับไฟป่าดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ยอดเงินบริจาครวมกว่า 1.3 ล้านบาท

กระทั่งตำรวจออกหมายเรียกมาให้ปากคำใน 3 ข้อหา คือ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต และฉ้อโกงประชาชน ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2563 แต่ ฌอน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยยืนยันว่า ตั้งใจทำประโยชน์เพื่อสังคมจริง ๆ แต่ช่วงที่เปิดรับบริจาคดับไฟป่า บังเอิญเป็นช่วงที่เกิดโรคโควิด–19 ระบาดพอดี จึงได้แบ่งเอาเงินจำนวนหนึ่งไปซื้อหน้ากากอนามัยบริจาคให้บุคลากรการแพทย์ที่โรงพยาบาล และโรงเรียน ซึ่งมีหลักฐานการใช้จ่ายทั้งหมดแต่อาจไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค แต่ก็เป็นการช่วยเหลือสังคม
“ผมรู้สึกเสียใจมากที่ทำให้ชาวเชียงใหม่ต้องมาเสียชื่อเสียงแต่ผมก็ทำทุกอย่างด้วยเจตนาบริสุทธิ์ใจ มีหลักฐานทุกอย่าง โดยหลังจากนี้จะนำเงินส่วนตัวจำนวน 1.3 ล้านบาท บริจาคให้กับทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนเงินที่มีคนเข้าใจว่าตนนำเงินไปซื้อสื่อส่วนตัว แต่จริง ๆ แล้วเป็นเงินที่นำไปซื้อสื่อในการรณรงค์ดับไฟป่า” ฌอน ชี้แจงผ่านสื่อ

ในทางคดีอยู่ที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาส่งฟ้องหรือไม่ แต่ในทางสังคม “ฌอน” กลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ แต่ถูกมองแบบสุดขั้ว คือ ด้านบวก และด้านลบ
ฌอน เกิดและเติบโตที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาสมัยเด็กมักถูกรังแก เพราะเป็นคนเอเชีย จึงมีเรื่องชกต่อยอยู่เป็นประจำ จึงเรียนชกมวยเพื่อป้องกันตัว และได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันต่าง ๆ แต่ก็มีเรื่องชกต่อยจนต้องเข้าสถานพินิจเยาวชน 1 สัปดาห์เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เปลี่ยนความคิด และเริ่มมาทำเพลงฮิปฮอปปล่อยในยูทูป โดยใช้ชื่อในวงการว่า SEAN B (ฌอน บี) ซึ่งปรากฏว่าไปเข้าตาค่ายเพลง BangBaht (แบงค์บาท) จึงเชิญมาร่วมงานกันที่ประเทศไทย ฌอนตอบตกลงแล้วบินมาหาความท้าทายใหม่ที่ประเทศไทย ในช่วงอายุ 22 ปี มีผลงาน 3 ซิงเกิ้ล เพลง “เป็นไรไหม”ที่ร้องร่วมกับ อิลสลิค ศิลปินฮิปฮอปคนดัง มียอดวิว 2.2 ล้าน

พอเริ่มมีชื่อเสียงในวงการเพลง ฌอน ได้รับข้อเสนอให้เล่นละคร และภาพยนตร์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง ในปี 2559 ฌอน กำเงินก้อนสุดท้ายในมือ 30,000 บาท ไปเรียนวิชาทำสื่อออนไลน์ และได้เคล็ดลับมาว่า ควรเจาะตลาดแบบเฉพาะเจาะจง ทำให้เขาเปิดเพจตัวเองเป็นครั้งแรก ชื่อ “ฌอนสอนชาย ให้เป็นแมน” ทำคลิปไลฟ์สไตล์ของผู้ชาย เช่น เคล็ดลับมีซิกส์แพ็กง่ายๆ, เลือกแว่นตาอย่างไรให้เข้ากับใบหน้า, แอบชอบรุ่นพี่ทำอย่างไรดี แต่มีคนดูแค่ระดับหลักร้อย Like เท่านั้น

แต่ ฌอน ได้ค้นพบแนวทางใหม่ ทำเพจเล่าเรื่องสร้างแรงบันดาลใจและให้ข้อคิด จนมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นขึ้น จึงเห็นช่องทางสรางรายได้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเพจ เป็นชื่อจริงว่า “ฌอน บูรณะหิรัญ” จนกลายเป็นไลฟ์โค้ช จนมีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กเกิน 4 ล้านคน และในยูทูป 1.4 ล้านคน และยังมีเว็บไซต์ขายคอร์สเรียนทำสื่อออนไลน์ นอกจากนั้นยังเปิดสอนการวางกลยุทธ์ทำคอนเทนต์แนวการตลาด โดยคิดค่าปรึกษา คุยวีดีโอคอล 1 ครั้ง (45 นาที) ครั้งละ 30,000 บาท ถ้าคุย 3 ครั้ง ลดราคาพิเศษเหลือ 70,000 บาท และยังมีรายได้จากการขายหนังสือเรื่อง “51 ศาสตราวุธ สู่จุดสูงสุดของชีวิต” ตีพิมพ์มาแล้ว 10 รอบ และอีกเล่มชื่อว่า “อิทธิพล” เป็นวิธีสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ก็ขายดีเช่นกัน

แม้ ฌอน ได้รับความนิยมมากในตอนนั้น แต่ก็เริ่มที่คนตั้งคำถามในเว็บพันทิปที่วิจารณ์ในความสามารถการเป็นพิธีกรบนเวทีที่พูดวกไปวนมาจนไม่ได้ประโยชน์แก่คนฟัง ทั้ง ๆ ที่ค่าตัวแพงมาก และเด็กหนุ่มคนนี้อายุแค่ 20 เศษ เคยประสบความสำเร็จมาจากไหน มีความรู้ด้านจิตวิทยาอะไรถึงสามารถมาสอนคนอื่นได้ทำให้ ฌอน มาตอบกระทู้ด้วยตัวเองว่า ตอนนั้นมีปัญหาเฉพาะหน้าหลายอย่างบนเวที แต่ก็ยอมรับในความผิดพลาด ที่ไม่สามารถจัดการสถานการณ์ได้ดีเท่ากับนักพูดมืออาชีพ หรือวิทยากรอาชีพ
กระทั่งเกิดจุดพลิกผันที่ “ฌอน โพสต์คลิปในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 ชื่อตอนว่า “ผมได้ปลูกต้นไม้กับท่านประวิตร” โดยได้ชื่นชม บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าท่านไม่เหมือนที่สื่อนำเสนอกันมา เป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก

กลายเป็นประเด็นดราม่าที่ทำเอาแฟนคลับส่วนหนึ่งผิดหวัง และชาวเน็ตโจมตีหนัก ที่ฌอนกลับสร้างภาพลักษณ์ในแง่บวกให้ พล.อ.ประวิตร ที่รอดคดีครอบครองแหวนและนาฬิกาหรู หลัง ป.ป.ช.ไม่ชี้มูลความผิด ทำให้ #ฌอนบูรณหิรัญกลายเป็นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ และการเป็นกระแสการเมืองว่า ฌอน สนับสนุนเผด็จการทหาร
เพจเฟซบุ๊ก CSI LA เผยประวัติที่น่าสงสัยของ ฌอน ว่า ไม่ได้เป็นนักเรียนเอเชียคนเดียวในเมือง West Covina เพราะมีรายชื่อเพื่อนร่วมชั้นของ ฌอน เกือบครึ่งเป็นคนเอเชีย และที่ชนะต่อยมวยเป็นกิจกรรมมวยร่วมชั้นเท่านั้น ไม่ได้เป็นนักมวยอาชีพที่ต้องหยุดชกมวยเพราะสมองกระทบกระเทือน รวมถึงบ้านที่ ฌอน อยู่ในเมือง Walnut แถวนั้นเป็นบ้านราคาแพงแล้วจะมีฐานะยากจนได้อย่างไร


และยังเปิดโปงเรื่องราวที่ผู้บริจาคเงิน 20,000 บาท เพื่อดับไฟป่า แต่ไม่ได้รับการชี้แจงเรื่องเงินแต่อย่างใด รวมถึงการที่ ฌอน เปิดบัญชีส่วนตัว 3 บัญชีเพื่อรับบริจาค และยังขุดคุ้ยงบการเงินของบริษัทฌอน ที่อ้างว่าขาดทุนกว่า 6 แสนบาท แต่ฌอน ซื้อซูเปอร์คาร์ นาฬิกาหรู สร้างบ้านใหม่ที่ จ.เชียงใหม่ราคาอย่างน้อย 20 ล้านบาท และยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการโอนเงินใช้ส่วนตัว และใบเสร็จซื้อสินค้าต่าง ๆ รวมถึงงบประมาณรัฐ ที่นำไปใช้ในโครงการปลูกป่าด้วยกระทั่งลูกเพจ CSI LA เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ ฌอน ที่เปิดรับบริจาคดับไฟป่า ส่วนทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร โอนเงิน 10 บาทเข้าบัญชีของ ฌอน แล้วแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ดให้ตำรวจดำเนินคดี



จากปรากฎการณ์ขุดคุ้ย และตรวจสอบ “ฌอน บูรณะหิรัญ” ไลฟ์โค้ชชื่อดัง และเป็นบุคคลสาธารณะ ผ่านทางโซเชียลมิเดีย ถือเป็นการทำหน้าที่สื่อได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ จนสื่อกระแสหลักนำเสนอข่าวนี้ตาม
และนี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้สื่อโซเชียล ก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ “บิ๊กป้อม ครอบครองแหวน–นาฬิกาหรู” มาแล้ว จึงกลายเป็นคำถามตัวโตๆ ว่า ปัจจุบันสื่อกระแสหลักยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบได้มีประสิทธิภาพหรือไม่
วีระยุทธ วิริยะสัจจะจิตร
