เถียงนาโมเดล

เถียงนาโมเดล จงใจบิดเบือนหรือไม่เข้าใจความหมาย

โดย…โครงการจัดตั้งเครือข่ายตรวจสอบข่าวปลอมในประเทศไทย

ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ หลังจากคุณหมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน  โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือ ศบค. ได้ แถลง ข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยที่รักษาหาย และ จำนวนผู้ชีวิตประจำวันแล้ว ก็พูดถึงการใช้ ‘เถียงนา’ เป็นสถานที่กักตัวของแรงงานที่เดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดครอบครัวและชุมชน ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ไกลเกินกว่าจะช่วยเหลือดูแลส่งข้าวส่งน้ำให้   “ภาคอีสานเราพื้นที่กว้างขวาง เถียงนาโมเดลเกิดขึ้นอยู่ที่ภาคอีสาน คือกลับบ้านแล้วให้ไปนอนเถียงนา ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวป่วยไม่มาก กักตัวก็นอนอยู่ตรงนั้นได้ มีคนส่งข้าวส่งน้ำเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งน่ารักมาก ๆ ก็ขอให้ใช้วิธีต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งเป็นภูมิปัญญา หรือเป็นการคิดจากพื้นที่ขึ้นมาช่วยกัน”

… เถียงนา คือ ชื่อเรียกเฉพาะถิ่น ของคนอีสานและภาคกลางบางส่วน ในภาคอื่นนั้นจะเรียกแตกต่างกัน ไป ภาคเหนือ เรียกกระตูบ ห้างนา  ภาคใต้เรียกขนำ ภาคกลางเรียก กระท่อม กระต๊อบ  บางทีก็กระท่อมปลายนา  ห้างนา…

 

ถอดความจากคำแถลง “ เถียงนากักตัว “  ไม่ใช่แนวคิดจากคุณหมอทวีศิลป์  เป็นเพียงการหยิบเอาสิ่งที่พบเห็นจากข่าวมานำเสนอ เพื่อยกตัวอย่าง และคาดหวังว่าจะเป็นแนวคิดไปสู่การปรับใช้ แต่ ด้วยเงื่อนไขเวลาในการแถลงข่าวที่มีไม่มากนัก ทำได้เพียงพูดถึงไม่ได้ลงรายละเอียด เมื่อสื่อนำไปเสนอข่าว และ เรียกแนวคิดนี้ว่า “ เถียงนาโมเดล “ จึงถูกโต้กลับ ว่าเป็นไปไม่ได้ คนพูดไม่เข้าใจสภาพเถียงนา เถียงนาคือที่พักเป็นครั้งคราวยามต้องไปทำนา ไถนา หว่านกล้า ถอนกล้า ดำนา  เกี่ยวข้าว นวดข้าว หรือไปไร่ ไม่ได้อยู่ประจำ  เถียงนา จึงเป็นที่พักอาศัยอยู่แบบง่ายๆ  พอกันแดดกันฝน พื้นปูด้วยไม้ไผ่ สับฝาก หรือพื้นกระดานเก่าเหลือจากการปลูกบ้าน หรือไม้ที่ไม่ใช้แล้ว บางหลังไม่มีฝากั้น หรือ มีฝาไม่ครบ ๔ ด้าน หลังคามุงด้วยแฝก ใบจาก ใบพลวง ใบตองตึง  หรือ สังกะสีเก่า ๆ ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีครัว มีแต่เตาก้อนเส้า ไม่สอดคล้องเหมาะสมกับการพักค้าง ยิ่งต้องกักตัวรักษาโรคร้ายแร้งจึงไม่สามารถทำได้  แต่ถ้าจะใช้พักอาศัยจริงๆ ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่ต้องมีการปรับปรุงเพิ่ม และต้องสอดคล้องกับการดูแลรักษาอาการเจ็บป่วย

ปฐมบทแห่งเถียงนาโมเดล ที่เกิดขึ้นเป็นแนวคิดของหมอทวีศิลป์ เริ่มจากภาคอีสานและภาคเหนือ ซึ่ง นายปราการ แสนอุบล บรรณาธิการศูนย์ข่าวไทยพีบีเอสภาคอีสาน ได้ขยายความข้อมูล เรื่องนี้ไว้น่าสนใจ. “ มันน่าจะเริ่มจาก จังหวัดหนองบัวลำภู ที่คนหนุ่มสาว กลุ่มหนึ่ง จำนวน ๘ คน ที่ นำเต็นท์ไปกางนอนที่เถียงนา ใช้ชีวิตร่วมกัน เพื่อกักตัวตามนโยบายรัฐของผู้ที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงกลับภูมิลำเนาเดิม เป็นการกักตัวที่ยังไม่ได้มีการตรวจว่าติดโควิดหรือไม่ แต่เป็นการกักตัวเพื่อความสบายใจของพ่อแม่ญาติพี่น้องที่อยู่ในหมู่บ้าน  โดยมีพ่อแม่ญาติพี่น้องคอยดูแลส่งข้าวส่งน้ำ ซึ่งในช่วงนั้น ยังไม่มีศูนย์พักคอย ไม่มีโรงพยาบาลสนามสำหรับกักตัวผู้ที่ป่วยโควิด การจัดการป้องกันตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ชาวบ้านต้องจัดการกันเอง การใช้เถียงนาเป็นที่กักตัวจึงเกิดขึ้น ต่อมาก็มีที่จังหวัดมหาสารคาม แต่เถียงนาโมเดลก็ไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด เพราะบางบ้านก็ไม่มีนาไม่มีเถียงนา การที่หมอทวีศิลป์ นำไปพูดและไม่มีเวลาขยายความจึงกลายเป็นการ “ ย่อความและขยายผล” เจตนาของคุณหมอทวีศิลป์ คงยกตัวอย่าง แต่คนที่เอามาขยายความอาจไม่เข้าใจ หรือมีเจตนาบิดเบือนเพื่อหวังผลทางการเมือง” ซึ่งสอดคล้องกับทางภาคเหนือ ที่มีการใช้เถียงนาเป็นที่กักตัวในช่วงแรกๆ  เช่น น่าน มีการนำเถียงนามาใช้กักตัว มีหมอ พยาบาล หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ไปตรวจเยี่ยมดูแลรักษา แต่ปัญหาที่พบ คือระบบสาธารณสุขเข้าไปไม่ทั่วถึง ยิ่งมีการแพร่ระบาดมากขึ้นกว่าเดิม  ระบบสาธารณสุขของจังหวัดรองรับไม่ได้ ส่วนที่จังหวัดเลย ก็มีการใช้เถียงนาเป็นที่กักตัวมาต้องแต่รอบแรกๆ ที่มีการระบาด ตอนหลังๆ ก็ค่อยๆ หายไป เพราะทางการมีการเตรียมจัดสถานที่พักคอย และโรงพยาบาลสนามมากขึ้น https://www.thairath.co.th/lifestyle/culture/2135841

 

ท่ามกลางความสับสนในความหมายและความเหมาะสมของเถียงนาโมเดล ว่าจะสอดคล้องสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิดหรือไม่ การวิจารณ์ “เถียงนาโมเดล” ก็แพร่กระจายไปทั่ว ว่า คนพูดไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจเถียงนา เถียงนามีสภาพไม่เหมาะสมต่อการกักตัว ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีฝากั้น อาจมีอันตรายสำหรับผู้พักอาศัยที่เป็นสุภาพสตรี เถียงนาอยู่ไกลหมู่บ้านไม่มีใครดูแล  แต่ไม่มีใครศึกษาหาปมของข้อเท็จจริงว่า “ การย่อความและขยายผล “ ต่อคำว่า “ เถียงนาโมเดล “ คืออะไร? จึง “แท้งตั้งแต่ท้อง “

การเมืองและความต่างทางความเชื่อ คือปมสาเหตุของการ “ย่อความขยายผล “ ภาคอีสานและภาคเหนือตอนบนเป็นพื้นที่ ที่มีความเห็นต่างทางการเมืองสูงจนนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองค่อนข้างสูง การสื่อสารจากภาครัฐจึงมีการปรับเปลี่ยนข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสาร เพื่อรองรับการขับเคลื่อนทางการเมืองซึ่งในเรื่องนี้ ทางนายเจริญลักษณ์ เพชรประดับ สื่อท้องถิ่นและผู้บริหารองค์กรภาคประชาสังคมในภาคอีสาน ได้เคยเสนอมุมมองไว้น่าสนใจ  “ เถียงนาโมเดล “  เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเอาระบบสาธารณสุขไปอธิบายก็จะมีคำถามว่าจะอยู่อย่างไร จะดูแลรักษากันอย่างไร สภาพของเถียงนาส่วนใหญ่ไม่สอดคล้องกับการพักอาศัยของคนป่วย บวกกับการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วน จึงนำไปสู่การตีความตามความรู้สึกตามการรับรู้ของแต่ละคน ยิ่งในพื้นที่ ที่มีความเห็นต่างทางการเมืองสูง ข่าวยิ่งถูกบิดเบือน

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีหลายจังหวัดหลายพื้นที่ ที่เข้าใจในแนวคิด “เถียงนาโมเดล “ ของคุณหมอทวีศิลป์  มีการปรับใช้ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด  เช่น ที่ อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา
https://www.matichon.co.th/region/news_2864413

นายสุนทรพงษ์ มณีสุคนธ์ นายก อบต.ดอนยาวใหญ่ ได้ปรับ “เถียงนาโมเดล” ความคิดของคุณหมอทวีศิลป์ ให้เป็น กระท่อมน้อย  ขนาดกว้าง ๒  เมตร ยาว ๓ เมตร จำนวน ๖ หลัง ใช้เป็นที่พักและกักตัวผู้ป่วยโควิด และที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด  ในการก่อสร้างเถียงนาประยุกต์  ๖ หลังนี้ ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกัน นำวัสดุที่หาได้ง่ายในชุมชน มาก่อสร้างเป็นกระท่อมมุงหลังคา ช่วยประหยัดงบประมาณ ง่ายต่อการบริหารจัดการ เป็นที่พักคอยกักตัวกลุ่มเสี่ยงและจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น และหลังจากใช้กักตัวเสร็จแล้ว ยังนำมาฆ่าเชื้อดัดแปลงไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ด้วย

ที่จังหวัดชัยภูมิ ได้จัดสถานที่กักตัวให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง หรือผู้ติดเชื้อ ที่เดินทางกลับมาจากจต่างพื้นที่  ให้แยกพักตามสถานที่ต่างๆ เช่นวัด ศาลาประชาคมหมู่บ้าน และเถียงนา ตามความสมัครของแต่ละบุคคล โดยมีเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยสาธารณสุขเข้าไปดูแล https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6499003

ที่จังหวัดมหาสารคาม นายประหยัด ม่วงมันดี  ชาวบ้าน บ้านนาเลา ม.๗ ต.หนองไฮ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม และชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันนำ ไม้ สังกะสี มาทำเป็นที่พักอาศัยกักตัวชั่วคราว สำหรับลูกสาวตนเองเป็นผู้ติดโควิดได้รักษาตัวที่โรงพยาบาลสนามจังหวัดและ เมื่อออกมาจากโรงพยาบาลสนาม ต้องมากักตัวอีก ๑๔ วัน หลังจากนั้น ก็จะใช้เป็นที่กักตัว ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อกลับมาอยู่บ้าน ต้องกักตัว ๑๔  วันก่อนเข้าหมู่บ้าน https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/948026

โดยสรุปแล้ว “เถียงนาโมเดล “ ที่เป็นที่โจษขานวิจารณ์กันไปในทางเสียหาย เกิดจากการที่คุณหมอทวีศิลป์ หยิบยกในสิ่งที่ชาวบ้านเขาทำอยู่แล้วมาเป็นตัวอย่าง แต่ขาดการขยายความทำความเข้าใจ อาจจะเป็นที่กรอบเวลาในการแถลงข่าวไม่เพียงพอ หรือ ไม่มีการขยายผลซ้ำผ่านสื่อให้ชัดเจนอีกครั้ง หรืออาจจะเข้าใจว่าประชาชนน่าจะเข้าใจ เพราะมีข่าวมาก่อนหน้านี้  เลยกลายมาเป็นการ “ย่อความขยายผล “  ทั้งความไม่รู้ไม่เข้าใจ ตามความรับรู้และสัมผัส “ เถียงนา “ ที่แตกต่างกัน ของคนในสังคม และยิ่งพื้นที่ที่มีความเห็นต่างทางการเมืองสูง สื่อท้องถิ่น หรือคนในท้องถิ่นยิ่งมีการบิดเบือนขยายความของข่าวสารเถียงนาโมเดลไปในทางลบเพื่อสร้างความเกลียดชังให้กับรัฐบาล มากกว่าจะสื่อสารด้วยข้อมูลที่สร้างความเข้าใจ

“ เถียงนาโมเดล “  แม้ว่าจะถูก “ ย่อความขยายผล “ แต่ถ้าคนที่รับข้อมูลแนวคิดแล้วปรับใช้ มันก็สามารถที่ใช้ได้และสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม เพราะในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด ที่เป็นอยู่ในขณะรัฐบาลอาจจัดการไม่ทั่วถึง ชุมชนจึงต้องลุกขึ้นมามีบทบาท และในบางชุมชนก็ทำการบริหารจัดการได้ทั้งระบบ ได้ทั่วถึงมากว่ารัฐ

สุดท้าย ในมุมมองของ ผศ.ดร.บุปผา บุญสมสุข ต่อ เถียงนาโมเดลว่า การสื่อสารในภาวะวิกฤติ รัฐต้องมีความชัดเจนในข้อมูลของการสื่อสารไม่ควรให้ข้อมูลที่ขาดการลงรายละเอียด และต้องอธิบายซ้ำในพื้นที่ข่าวหลังการแถลง สื่อเองก็ต้องมีการปรับภาษาในการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันทั้งผู้สื่อสารและผู้รับสาร แต่อย่าปรับเปลี่ยนเนื้อหา สื่อต้องเข้าใจว่าในขณะนี้  “สื่อคือตัวกลางการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชน สื่อต้องสร้างความเข้าใจร่วมจากฐานข้อมูลที่เป็นจริง  จึงจะลดความขัดแย้ง หมิ่นแคลน เกลียดชัง ของรัฐและประชาชนลงได้ “