ปรากฎการณ์ช่องส่องผี เมื่อสื่อกลายเป็นผู้บิดเบือนซะเอง !!!

“รายการช่องส่องผี” รายการที่นำเสนอเรื่องลี้ลับผ่านเครื่องมือพิเศษ และ การอวดอ้างความสามารถพิเศษของ น.ส.สุระประภา คำขจร หรือ อ.เรนนี่ ที่อ้างว่าสามารถสื่อกับวิญญาณได้ กลายเป็นกระแสที่สังคมให้ความสนใจ และมีผู้ชมติดตามเป็นจำนวนมาก

แต่เมื่อเนื้อหาบางส่วนจากการอวดอ้างของ น.ส.สุระประภา หรือ เรนนี่ ไปพาดพิงถึงบุคคลสำคัญ และเรื่องราวในประวัติศาสตร์ เลยเถิดก้าวล่วงไปถึงพระราชประวัติของกษัตริย์บางพระองค์ ทั้ง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งเริ่มมีนักวิชาการ และกลุ่มคนที่สนใจประวัติศาสตร์ให้ความเห็นแย้ง แสดงความไม่พอใจกับเนื้อหาที่นำเสนอผ่านรายการช่องส่องผี ทั้งบิดเบือนประวัติศาสตร์ ลบหลู่ดูหมิ่นบุคคลอันเป็นที่เคารพ กระทบไปถึงผู้สืบเชื้อสายวงษ์ตระกูล แม้จะทางรายการอ้างว่าเป็นประวัติศาสตร์ ข้อมูลนอกตำรา แต่ฟังไม่ขึ้น !!

“หมิ่นเกียรติย่าโม-ย่าบุญเหลือ ลบหลู่พระเกียรติพระเจ้าตาก”

รายการช่องส่องผี ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และถูกเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ หลังการออกอากาศตอน “สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองโคราช” จนชาวโคราชไม่พอใจที่พิธีกรรายการลบหลู่ท้าวสุรนารี หรือ “ย่าโม” จนถึงขั้นจะฟ้องร้อง

 

หนักสุดพาดพิงพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จนทำให้ชมรมตามรอยพระเจ้าตากอยู่นิ่งไม่ได้ โดย นายสุชาติ กนกรัตน์มณี ประธานชมรมตามรอยเจ้าตาก เรียกร้องให้รายการช่องส่องผีออกมาแสดงความรับผิดชอบ มองว่าการนำเสนอข้อมูลที่ไม่สามารถอ้างอิงที่มาที่ไป ยิ่ง “เรนนี่” ที่แอบอ้างว่าติดต่อกับดวงพระวิญญาณได้โดยตรง เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพราะจากการรวบรวมพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินจากหลักฐานที่อ้างอิงได้ ข้อมูลของ “เรนนี่” ถือเป็นข้อมูลที่ไม่มีน้ำหนัก ทำให้เกิดการบิดเบือนประวัติศาสตร์ สร้างความเข้าใจผิด โดยเฉพาะเมื่อเป็นรายการที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ยิ่งสร้างความเข้าใจผิด ในข้อมูลผิด ๆ ได้ในวงกว้าง

ก.วัฒนธรรม -กสทช. ฟันช่องส่องผิด “บิดเบือน ไร้ข้อมูลน่าเชื่อถือ”

กระทั่ง 16 ก.ค.63 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.แถลงมติเห็นตรงกับกระทรวงวัฒนธรรม ว่ารายการ “ช่องส่องผี” นำเสนอเนื้อหาความเชื่อถือนอกระบบไม่สามารถเชื่อถือได้ ไม่มีหลักฐานเป็นรูปธรรมในการพิสูจน์ความจริง มีเพียงอ้างว่าติดต่อกับวิญญาณได้ เป็นการทำลายประวัติศาสตร์ ไม่ควรถูกเผยแพร่ผ่านทางโทรทัศน์และเป็นอันตรายต่อผู้ไม่รู้ ถือเป็นความผิดตามมาตรา 37 มีโทษสูงสุดคือปรับเงิน 5 แสนบาท แต่เมื่อช่อง 8 แสดงความรับผิดชอบ ถอดรายการออกจากช่องแล้ว จึงเหลือบทลงโทษเป็นให้ออกอากาศจอดำ 1 ครั้ง ตามเวลาเดิมที่รายการออกอากาศเท่านั้น

ประวัติศาสตร์เปลี่ยนได้หรือไม่ ?

กระทรวงวัฒนธรรมให้ความเห็นในกรณีประวัติศาสตร์ ว่าจริง ๆ แล้วเป็นการนำเสนอที่ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะว่าประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนได้ ก็ต่อเมื่อมีวัตถุพยาน ข้อมูลรองรับจนกระทั่งรู้สึกว่าเรื่องใหม่เป็นเรื่องที่จริงที่น่าเชื่อถือได้กว่าเรื่องเก่าที่เป็นความเข้าใจเดิม แต่กรณีช่องส่องผี อ้างความเชื่อนอกระบบซึ่งไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ นับเป็นอันตรายจากผู้รับข้อมูลที่ไม่มีความรู้

แม้ช่องส่องผีไม่อยู่บนหน้าจอทีวี และเปลี่ยนไปลงที่แพลตฟอร์มออนไลน์ช่องทางเดียว แต่ด้วยเนื้อหารายการเกี่ยวกับความเชื่อ และ สิ่งเร้นลับ ย่อมผู้ที่สนใจสืบหาข้อมูลที่ยากต่อการพิสูจน์ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ขณะที่ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางยอดนิยมในกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ๆ ที่เข้าไปค้นหาข้อมูล และหากยังพบกับข้อมูลที่บิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด จนถึงขั้นก่อให้เกิดกระแสความตื่นตะหนก ย่อมทิ้งให้เกิดคำถามว่า “การถอดออกจากหน้าจอทีวีอาจยังไม่พอหรือไม่?” จึงมีข้อเรียกร้องของกลุ่มประชาชนที่ติดตามปรากฎการณ์ช่องส่องผี ว่า สื่อควรแสดงความรับผิดชอบกับข้อมูลที่นำเสนอผ่านรายการด้วย