หลังจากมีกระแสข่าวพบโรคไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ในจีน กระจายความหวาดระแวงอีกระลอกในสังคมออนไลน์ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ไวรัสตัวนี้มีอันตรายรุนแรงกว่าไวรัสไข้หวัดหมูสายพันธุ์อื่น ๆ และสามารถติดต่อจากหมูสู่มนุษย์ได้ ล่าสุดทีมนักวิจัยทั่วโลกต่างก็ออกมาปราม ไม่ให้เกิดความแตกตื่นเกินไป เพราะขณะนี้อยู่ในระหว่างการติดตามพัฒนาการของไวรัสตัวนี้ที่ชื่อว่า จีโฟร์อีเอเอชวันเอ็นวัน (G4 EA H1N1) เพียงแต่ต้องเฝ้าระวังและควบคุมอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้ยังไม่พบการติดเชื้อในมนุษย์

ความตื่นตระหนกเกี่ยวกับไวรัสไข้หวัดหมูสายพันธุ์ จีโฟร์อีเอเอชวันเอ็นวัน (G4 EA H1N1) เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงมิถุนายน 63 จากข้อมูลงานวิจัย ที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร “โพรซีดดิ้งส์ออฟ เดอะ เนชั่นแนล อะเคเดมี่ ออฟ ไซเอินเซส” (Proceedings of the National Academy of Sciences) และสื่อยักษ์ใหญ่ทั่วโลก รวมทั้งสำนักข่าวบีบีซี นำไปพาดหัวว่า เป็นไวรัสที่มีศักยภาพมากพอที่จะทำให้เกิดการระบาดใหญ่ในอนาคตได้ นั่นหมายความว่า อาจจะมีการแพร่ระบาดที่ยกระดับจากภายในกลุ่มสัตว์เลี้ยงอย่าง หมู มาสู่คน และจากนั้นก็อาจจะติดต่อกันจากคนสู่คนต่อไปได้อีก ประเด็นหลังถูกนำมาขยาย กลายเป็นหัวข้อที่มีการนำเสนอและถกเถียงกันอย่างมากในโซเชียล มีเดีย จนแฮชแท็ก #swineflu มาแรงแซงหน้าแฮชแท็ก #coronavirus และจีนถูกกล่าวหาว่า เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคที่จะเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกอีกครั้ง

ไวรัสจีโฟร์อีเอเอชวันเอ็นวัน (G4 EA H1N1) เป็นไวรัสลูกผสมระหว่างไวรัสจีโฟร์ (G4) ในหมูจากยุโรปและนกในเอเชีย รวมกับไข้หวัดใหญ่ ชนิด เอ เอชหนึ่ง เอ็น1 (A/H1N1) หรือที่เคยเรียกกันว่า ไข้หวัดหมู ต้นตอมาจากเม็กซิโก และแพร่ระบาดไปทั่วโลก เมื่อปีพ.ศ. 2552 องค์การอนามัยโลกระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสไข้หวัดใหญ่เอชหนึ่งเอ็นหนึ่งกว่า 18,000 คน
แม้ว่าจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีปัญหาใด ๆ เกิดจากจากไวรัสจีโฟร์อีเอเอชวันเอ็นวัน (G4 EA H1N1) เพราะยังไม่มีหลักฐานพบการแพร่เชื้อไวรัสนี้จากหมูสู่คน แต่ทีมนักวิจัยจีน ตั้งข้อสังเกตว่า มันอาจจะกลายพันธุ์ต่อไปได้อีก และอาจจะมีศักยภาพมากพอที่จะระบาดจากคนสู่คนได้ ขณะที่มนุษย์ยังไม่มีภูมิคุ้มกันป้องกันไวรัสไข้หวัดหมูตัวใหม่นี้ และวงการแพทย์ก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

ขณะนี้ ทางการจีนจึงมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังการแพร่เชื้อไวรัสจีโฟร์อีเอเอชวันเอ็นวัน (G4 EA H1N1) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบรรดาเกษตรกรในฟาร์มและคนงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์จากหมู องค์การอนามัยโลกออกแถลงการณ์ด้วยว่า ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบและพิจารณา รวมทั้งติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และเรื่องนี้ตอกย้ำว่า ทุกคนไม่ควรจะการ์ดตกในการป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ที่เกิดขึ้นทุกปี ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้

ขณะเดียวกัน ทีมวิจัยของคณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันว่า ยังไม่พบสายพันธุ์ ไข้หวัดใหญ่หมู สายพันธุ์ ไวรัสจีโฟร์อีเอเอชวันเอ็นวัน ในประเทศไทย ทั้งนี้ “ไข้หวัดใหญ่หมู” เป็นไข้หวัดใหญ่ เอ ที่พบในนก ไวรัสชนิดนี้มีหลากหลายสายพันธุ์ หากมีการติดเชื้อพร้อมกันหลายสายพันธุ์ อาจจะก่อให้เกิดลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา ตามที่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ให้คำอธิบาย
ส่วนสายพันธุ์ที่พบในจีน ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาทดลองในเซลล์เพาะเลี้ยง โดยในสัตว์ทดลอง พบว่ามีการติดต่อกันง่าย และมีความรุนแรงของโรคมากกว่าไข้หวัดหมูสายพันธุ์อื่น และการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ไม่ได้ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานต่อไข้หวัดหมูสายพันธุ์นี้ แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิต้านทานต่อสายพันธุ์นี้ ถึงแม้ว่ายังไม่เคยพบสายพันธุ์นี้ในมนุษย์ แต่จำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป
